จากการวิจัยเบื้องต้นของ ดร.แดน รอสซิคน็อล จากศูนย์พัฒนาเด็กระหว่างประเทศ สหรัฐอเมริกา พบว่าเมื่อให้เด็กพิเศษหรือเด็กออทิสติกอายุ 2 - 7 ขวบ จำนวน 62 คน เข้ารับการรักษาด้วยเครื่องออกซิเจนบำบัดความกดบรรยากาศสูง เป็นเวลา 1 เดือน รวม 40 ชั่วโมง แล้วสุ่มเลือกเด็กกลุ่มหนึ่ง ให้ได้รับออกซิเจนความเข้มข้นร้อยละ 24 ภายใต้ความกดบรรยากาศ 1.3 เอทีเอ็ม โดยที่เด็กอีกกลุ่มได้รับออกซิเจนปกติภายใต้ความกดบรรยากาศ 1.03 เอทีเอ็ม ผลคือเด็กกลุ่มแรกร้อยละ 80 มีพัฒนาการดีขึ้น และร้อยละ 30 ของในจำนวนนี้ มีพัฒนาการขั้นดีมาก ทั้งการมีปฏิสัมพันธ์กับสังคม การสบตา การรับรู้ภาษา ระบบประสาทสัมผัสและการรับรู้ทั่วไป เมื่อเทียบกับเด็กกลุ่มหลังที่พัฒนาการดีขึ้นร้อยละ 38 และขั้นดีมากเพียงร้อยละ 8 |
ดร.รอสซิคน็อล กล่าวว่า เครื่องออกซิเจนบำบัดความกดบรรยากาศสูงมีราคา 14,000-17,000 ดอลลาร์ เริ่มเป็นที่นิยมในสหรัฐฯ ในกลุ่มที่ผู้ปกครองมีกำลังซื้อ ซึ่งเมื่อได้ศึกษาเพิ่มเติมและลองใช้กับลูกชาย 2 คนที่เป็นออทิสติกพบว่าลูกมีพฤติกรรมและพัฒนาการดีขึ้นหลังได้รับการบำบัดด้วยวิธีนี้ จึงคาดว่าเป็นเพราะออกซิเจนสามารถช่วยลดอาการอักเสบได้และออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อสมองมากขึ้น ซึ่งต้องทดลองต่อไปว่าวิธีนี้จะให้ผลรักษาระยะยาวได้ดีเพียงใดและเด็กออทิสติกมีอาการตอบสนองดีขึ้นหรือไม่เพราะวิธีนี้เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
ส่วนนายริชาร์ด มิลส์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของมูลนิธิวิจัยออทิสซึมในประเทศอังกฤษ กล่าวว่าการใช้เครื่องออกซิเจนบำบัดความกดบรรยากาศสูงจะใช้ในการรักษาโรคทางระบบประสาท เช่น ทารกผิดปกติ ตั้งแต่กำเนิดเพราะมารดาดื่มแอลกอฮอล์ขณะตั้งครรภ์ สมองพิการ แต่ยังไม่เคยทดลองว่าให้ผลต่อโรคออทิสซึมได้ดีอย่างไร ด้านศาสตราจารย์ฟิลลิป เจมส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาด้วยความกดบรรยากาศสูง ในสก็อตแลนด์ ชี้ว่าความกดบรรยากาศที่ใช้ในการทดลองไม่ต่างจากความกดบรรยากาศที่ใช้ใน ห้องโดยสารภายในเครื่องบินขณะอยู่บนพื้นแต่วิธีนี้ ไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกคนเสมอไป เพราะออกซิเจน มีผลต่อการควบคุมยีนและการสร้างเนื้อเยื่อใหม่

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น