วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ของขวัญสำหรับเด็กแรกเกิด

คุณกำลังมองหาของขวัญสำหรับเด็กแรกเกิดหรือไม่ แต่ก็ยังไม่สามารถอันที่ต้องการได้ วิธีง่ายๆคือเข้าไปในห้างสรรพสินค้าในแผนกเด็กจะมีสินค้าสำหรับเด็กแรกเกิดด้วย ถ้ายังไม่พบที่ต้องการสินค้าสำหรับเด็กแรกเกิดคือ

• ผ้าอ้อม
• แชมพู, โลชั่น, ครีมอาบน้ำสำหรับเด็ก
• เทอร์โมมิเตอร์สำหรับเด็ก
• ชุดที่ตัดเล็บของเด็ก
• หวีและแปรง
• ผ้ากันเปื้อน
• ผ้าห่ม
• ผ้าขนหนู
• รองเท้าและถุงเท้า
• หมวก
• เสื้อผ้า
• กระเป๋าผ้าอ้อม
• หนังสือเด็ก
• ของเล่นเด็ก
• อัลบั้มรูปและกรอบรูป
• เช็คของขวัญ

พาลูกเดินไปโรงเรียนวันละนิด จิตแจ่มใส


สำหรับเด็ก ๆ ที่มีบ้านใกล้โรงเรียน หากมีโอกาสได้เดินไปโรงเรียนเอง หรือไปพร้อมผู้ปกครองก็คงเป็นประสบการณ์ที่ดีประสบการณ์หนึ่ง แถมการเดินไปโรงเรียนนั้นยังส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพของเด็ก และต่อจิตใจ โดยมีงานวิจัยระบุว่า การเดินไปโรงเรียนในตอนเช้านั้น จะช่วยลดความเครียดของเด็กลงได้ แถมยังช่วยในเรื่องการทำงานของหัวใจ-หลอดเลือดให้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคยอดฮิตอย่างโรคหัวใจ หรือเส้นเลือดตีบในอนาคตได้

งานวิจัยนี้ทำขึ้นที่ประเทศอังกฤษ โดยทีมวิจัยได้ทำการจำลองการเดินไปโรงเรียนของเด็กจำนวน 40 คน (เป็นชาย 20 คน และหญิง 20 คน โดยมีอายุระหว่าง 10 – 14 ปี) การทดลองได้กำหนดให้เด็กครึ่งหนึ่งนั่งบนเก้าอี้ และเปิดสไลด์ภาพวิวสองข้างทางที่เด็กจะได้เห็นระหว่างการเดินทางไปโรงเรียน ให้ดูเป็นเวลา 10 นาที กับเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่ทีมวิจัยให้เขาเดินบนเครื่องออกกำลังกาย สะพายกระเป๋านักเรียน และชมภาพสไลด์วิวนี้เช่นกัน
ผลปรากฏว่า อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และระดับความเครียดของเด็กกลุ่มที่สองอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าเด็กกลุ่มแรก
โทนี่ อาร์มสตรอง จาก Living Streets กล่าวว่า “การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง แถมยังไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และยังดีสำหรับการเรียนรู้ของเด็กด้วย อีกทั้งยังเคยมีงานวิจัยที่ระบุว่า 9 ใน 10 ของคุณครูลงความเห็นว่า เด็กที่เดินมาโรงเรียนนั้นมีความตื่นตัว และสามารถเรียนรู้ได้ดีในชั้นเรียน”
อย่างไรก็ดี ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก การเดินไปโรงเรียนของเด็ก ๆ นั้น กลับเป็นสิ่งที่ทำได้ยากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยความสะดวกสบายที่พ่อแม่และเด็กต้องการ จึงขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียน หรือความไม่ปลอดภัยในชีวิตจากผู้ไม่ประสงค์ดีที่อาจจ้องทำร้ายเด็กระหว่าง ทางไปโรงเรียน หรือกรณีที่เกิดกับประเทศไทยอีกกรณีหนึ่งก็คือ เด็กต้องไปเรียนโรงเรียนดัง ๆ แต่ไกลบ้าน ไม่สามารถเดินทางไปเองได้ จึงทำให้เด็กขาดประสบการณ์ในจุดนี้ไปอย่างน่าเสียดาย
สำหรับเด็กกลุ่มที่ไม่มีโอกาสเดินไปโรงเรียน งานวิจัยนี้ก็ยังชี้ให้เห็นว่า หากเด็กมีโอกาสออกกำลังกาย (ไม่หนักมาก) ก่อนเข้าเรียนตอนเช้าก็เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของเด็ก และการเรียนรู้ในชั้นเรียนได้เช่นกัน



ที่มา : http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9530000111729

วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553

โทรไปเดินไป...กระทบสันหลัง

       
      คุณสาวๆ women.mthai รู้กันบ้างมั้ยคะว่า ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดนิสัยเดินไปคุยโทรศัพท์ไป ควรเปลี่ยน
พฤติกรรมกันได้แล้วล่ะค่ะ เพราะมีผลจากการศึกษาจากมหาวิทยาลัยควีนสแลนด์ในออสเตรเลีย ระบุว่าหากคุย
โทรศัพท์ขณะเดินอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้

    
การทำวิจัยครั้งนี้ นักวิจัยได้วัดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อลำตัว ซึ่งเป็นส่วนที่ปกป้องกระดูกสันหลังพบว่า กล้าม
เนื้อส่วนลำตัวจะทำงานได้อย่างเหมาะสมในคนที่เดินเฉยๆ แต่คนที่เดินไปคุยไปจะมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
บริเวณนี้น้อยกว่าปกติ และจะเป็นอันตรายต่อกระดูกสันหลัง โดยอธิบายเพิ่มเติมว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นเนื่องจากวิธีในการ
สั่งงานของสมอง ที่กล้ามเนื้อจะมีหน้าที่หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน และจะถูกสั่งการโดยสมองตามลำดับความ
สำคัญ



       ดังนั้น ขณะที่คุยโทรศัพท์และเดินในเวลาเดียวกัน สมองจะให้ความสำคัญกับการคุยโทรศัพท์มากกว่า ทำให้
เสี่ยงต่อการปวดหลังได้มากขึ้น นอกจากนั้นร่างกายของเรายังถูกออกแบบมาให้หายใจออกเวลาเท้าแตะพื้น ซึ่งจะ
เป็นการช่วยป้องกันการกระแทกของกระดูกสันหลัง ซึ่งเมื่อเราพูดและเดินไปพร้อมๆ กัน ก็จะทำให้รูปแบบการหายใจ
นี้เสียส่งผลต่อกระดูกสันหลังของเราได้

    
เพราะฉะนั้นแล้ว...คุณสาวๆ ทั้งหลายก็ควรเลือกว่าจะเดินหรือคุยโทรศัพท์กันแน่...เลือกเอาสักอย่างนะคะเพื่อ
ความปลอดภัยค่ะ


                                                                                                                     

ควรดูแลสุขภาพในช่วงฤดูหนาวอย่างไร

           
การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าสุขภาพดีจะลดโอกาสการเจ็บป่วยลง โดยทั่วไปควรปฏิบัติ ดังนี้ 
1.  รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพียงพอและครบหมู่ ดื่มน้ำมาก ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอไม่ตรากตรำทำงานหนักจนเกินไป
2.  อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ไม่เข้าไปในที่แออัดโดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่
3.  หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และยาเสพติดต่าง ๆ เนื่องจากอาจทำให้สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรม มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย
4.  หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดอยู่  และไม่ควรใช้ของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ จาน ชาม ช้อน
5.  ล้างมือบ่อย ๆ เนื่องจากอาจไปสัมผัสเชื้อโรคที่อยู่ตามสิ่งของต่าง ๆ เช่น ราวบันได ลูกบิดประตู  แก้วน้ำ เป็นต้น แล้วเผลอไปสัมผัสบริเวณหน้าได้ โดยล้างมือด้วยสบู่ธรรมดา 15-20 วินาที หรือใช้น้ำยาล้างมืออื่น ๆ 
6.  รักษาร่างกายให้อบอุ่นในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง ในที่ที่หนาวมากควรสวมหมวกเพื่อลดการถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกาย
7.  หากเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ควรมีผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอจาม ไม่คลุกคลีกับผู้อื่นและหมั่นล้างมือบ่อย ๆ
8.  สำหรับปัญหาเรื่องผิวหนัง เราควรให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา ใส่เสื้อผ้าหนา ๆ ถ้าอากาศหนาวมาก ไม่อาบน้ำนาน ๆ ในที่ที่หนาวมาก  อาจไม่ต้องอาบน้ำวันละสองครั้งเหมือนฤดูอื่น หลังอาบน้ำควรทาโลชั่นหรือน้ำมันทาผิว  หลังจากเช็ดตัวหมาด ๆ  ในกรณีที่มีปัญหาริมฝีปากแตก ควรทาด้วยลิปสติกมันและไม่ควรเลียริมฝีปากบ่อย ๆ
            ทุกคนจึงควรหมั่นคอยดูแลสุขภาพให้ดีตลอดเวลาเพราะจะเป็นการป้องกันโรคที่คุ้มค่าที่สุด  และไม่มีใครรู้ว่าความเจ็บป่วยจะเกิดขึ้นกับตัวเราเมื่อไหร่  หากเมื่อเราป่วยอาจเป็นมากกว่าคนที่มีพื้นฐานสุขภาพที่ดี   สำหรับผู้ที่อายุยังไม่มาก ก็ควรดูแลสุขภาพให้ดีเช่นเดียวกัน เพราะสุขภาพที่ดีในตอนอายุยังน้อยจะเป็นเกราะป้องกันโรคตอนอายุมากขึ้น